วันนี้จะมาสรุปรีวิวหนังสือ The Big Nine ยักษ์ 9 ตน อิทธิพลแห่ง AI พูดถึงเรื่องเมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่สายเทคในวันนี้มีอิทธิพลต่อโลกทั้งใบมากกว่าที่หลายคนจะจินตนาการออกครับ ซึ่งยักษ์ใหญ่ทั้ง 9 ก็ประกอบด้วย Google, IBM, Alibaba, Amazon, Facebook, Microsoft, Tencent, Apple และ Baidu
บริษัททั้ง 9 ที่ว่ามานี้ล้วนเกี่ยวข้องกับชีวิตเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เริ่มตั้งแต่โทรศัพท์มือถือที่เราใช้ ไม่ว่าเราจะใช้ iPhone ของ Apple หรือใช้ระบบปฏิบัติการ Andriod OS ของ Google ก็ตาม แล้วไหนจะหลายพันล้านคนบนโลกอัพเดทข่าวสารทุกวันผ่านโซเชียลมีเดียในเครือของ Facebook หรือ Meta ทั้งนั้น ถ้าไม่ Facebook ก็ Instagram ไม่ก็คุยกันผ่าน Messenger หรือ WhatsApp แล้วไหนจะระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์อย่าง Windows ของ Microsoft หรือไม่เราก็ต้องใช้โปรแกรมในตระกูล Office ในการทำงานก็ตาม แล้วถ้าใครที่เคยซื้อของออนไลน์ ก็มั่นใจได้เลยว่าไม่ผ่าน Amazon ก็ต้องผ่านในเครือของ Alibaba หรือถ้าทำธุรกิจกับคนจีนก็ต้องรู้จักใช้ WeChat ของ Tencent ต้องรู้จัก Baidu ซึ่งเป็น Search Engine ของจีนแน่ๆ
ดังนั้นเราทุกคนบนโลกล้วนเกี่ยวพันกับ 1 ใน 9 บริษัทยักษ์ใหญ่สายเทคที่กล่าวมาไม่มากก็น้อย เพียงแต่เราจะรู้ตัวหรือไม่ว่าเรากำลังใช้งาน AI ของพวกเขาอยู่ หรือเอาเข้าจริงแล้วเรากำลังถูกชี้นำโดย AI อยู่โดยไม่รู้ตัวเสียส่วนใหญ่
โดยเฉพาะจีน เป็นชาติที่ประกาศเป้าหมายชัดเจนว่าจะเป็นผู้นำด้าน AI ของโลกให้ได้ภายในปี 2030
ทุกคนบนโลกสามารถถูก AI จีนประเมิน Social Credit Score ให้
เปรียบได้กับการสอนเด็กคนหนึ่งให้รู้ว่าอะไรควรทำ และอะไรไม่ควรทำ ดังนั้น AI จึงเหมือนเด็กน้อยไร้เดียงสาที่เริ่มต้นถือกำเนิดขึ้นมาไม่รู้ว่าควรจะคิดหรือปฏิบัติอย่างไร
นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งวิวัฒนาการที่น่าสนใจ เมื่อ AI ไม่จำเป็นต้องถูกสร้างโดยมนุษย์อีกต่อไป แต่เรากำลังเข้าสู่ยุคที่ AI กำลังจะสร้าง AI ขึ้นมาเอง
เมื่อ Google Brain กำลังจะทำสิ่งที่เรียกว่า AutoML มันคือการปล่อยให้ Machine เรียนรู้เองว่าควรจะต้องเรียนรู้อะไรเพิ่ม จากนั้นก็สร้าง AI ใหม่ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานั้น เรียกว่าเราคงจะใกล้สู่ยุค AI อนันต์ ที่ถูก AI ชี้นำโดยไม่รู้ตัว
แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น เราลองมาดูการใช้ AI ที่ผิดพลาดของมนุษย์กันว่ามีอะไรบ้าง
ก้มหน้าเชื่อ AI โดยไม่ยอมใช้วิจารณญาณเพิ่มเติม
https://www.youtube.com/watch?v=uN-o2Xn2vM8
กับเหตุการณ์ที่สายการบิน United Airline ที่เป็นข่าวใหญ่เพราะลากผู้โดยสารคนหนึ่งที่เป็นหมอออกจากเครื่องบินเที่ยวบินนั้น เรื่องมีอยู่ว่าวันนั้นมีผู้โดยสารมาเต็มลำเกินไป ทั้งที่ปกติแล้ว AI จะประเมินว่าในแต่ละเที่ยวจะมีคนที่ตกไฟท์เท่าไหร่ ก็จึงขายตั๋วเกินไปหน่อยเพื่อให้จำนวนผู้โดยสารพอดีกับเครื่องบิน
เมื่อ AI คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่หลายล้าน ไปจนถึงหลายพันล้านคนใช้งานกัน แต่มันกลับถูกสร้างด้วยความคิดของคนแค่กลุ่มหยิบมือเล็กๆ กลุ่มคนผิวขาวฐานะดีในอเมริกา หรือกลุ่มคนที่เป็นผู้ชายส่วนใหญ่ นั่นทำให้หลายครั้งเกิดความคับแคบทางความคิดของ AI โดยไม่รู้ตัว
ซึ่งทางออกก็ไม่ยาก แค่ต้องเติมคนจากหลายๆ ด้านให้ครบทุกมิติที่น่าจะครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้งานได้มากพอ เพราะผู้ชายคงไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงคิดอย่างไร ต้องการอะไรเท่ากับผู้หญิง ส่วนคนที่มีฐานะดีที่สามารถเรียนรู้ที่จะเปิดบริษัทสร้าง AI ของตัวเองได้ ก็คงจะไม่รู้หรอกว่าคนจำนวนมากมายที่เป็นชนชั้นกลาง หรือชนชั้นกลางกึ่งล่างที่เป็นผู้ใช้ AI ส่วนใหญ่ เขาจะต้องการอะไรในชีวิตประจำวันบ้าง
เพราะถ้าเราไม่ทำให้ AI ถูกสร้างขึ้นมาจากความหลากหลายทั้งทางเพศ ทางชาติพันธุ์ ทางสถานะทางสังคม เราก็ไม่สามารถให้ AI บริการทุกคนได้อย่างเท่าเทียมจริงๆ อย่างเช่น AI ที่ใช้ประเมินว่าควรตัดสินคดีอย่างไรกับผู้กระทำผิดกฏหมาย
กลายเป็นว่าจากข้อมูลในอดีตที่คนดำมักถูกจับบ่อยกว่าคนขาว จาก Bias ของเจ้าพนักงานตำรวจในอดีต ส่งผลต่อ AI ในอนาคตที่มักจะประเมินว่าคนดำจะทำผิดซ้ำมากกว่าคนขาว และนั่นก็ส่งผลต่อการตัดสินของคณะลูกขุนหรือผู้พิพากษาอีกด้วยครับ
ก่อนจะใช้ข้อมูลชุดใด ต้องทำให้แน่ใจก่อนว่า Data นั้นไม่มี Bias หรือมีอคติน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
Environment Driven AI กับกรณีศึกษา Tay.ai ของ Microsoft
แต่ก่อนหน้านั้นทาง Microsoft ได้มีการสร้าง AI แบบเดียวกันในอินเทอร์เน็ตปิดของประเทศจีน ที่นั่นผู้คนต้องโพสอย่างค่อนข้างระมัดระวังหรือมีสติ ทำให้เจ้า AI ที่ชื่อว่า Xiaoice กลายเป็นเพื่อนคุยที่แสนดี และได้รับความนิยมในจีนอย่างสูง
เมื่อเห็นว่า Xiaoice ประสบความสำเร็จในจีน ทาง Microsoft ก็เลยอยากที่จะเอาเจ้า AI ตัวเดียวกันนี้มาลองใช้ที่อเมริกา จนลืมคิดไปว่าสภาพแวดล้อมทางอินเทอร์เน็ตของจีนกับของอเมริกานั้นต่างกัน ที่อเมริกาที่มีเสรีภาพค่อนข้างมากที่จะโพสอะไรก็ได้ ส่งผลให้เจ้า Tay.ai นอกจากจะไม่น่ารักแล้วยังดูเป็นอันตรายอย่างยิ่งจนต้องถูกลบไปโดยไวครับ
ดังนั้นจะเห็นว่า AI เป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับคนสอน หรือดาต้าที่นำมาสอน AI ให้เรียนรู้
ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้เราเห็นว่า AI คือชุดความคิด นั่นก็คือหลักการคิดหรือ Algorithm ว่าเราจะต้องคิดและตัดสินใจในแต่ละเรื่องอย่างไร
เรื่องนี้น่าสนใจ เพราะมันคือการจงใจป้อนดาต้าผิดๆ เพื่อไปหลอกให้ AI เข้าใจผิด จนนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดในที่สุด จากผู้ไม่ประสงค์ดี
เมื่อ AI ต้องใช้ข้อมูลมหาศาลในการเรียนรู้ แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่อยากจะหลอก AI ก็เลยป้อนข้อมูลหลอกและชี้นำไปในทางที่ผิดได้ เช่น หลอกให้เข้าใจผิดว่าป้ายจำกัดความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงคือเราต้องวิ่งให้เร็วไม่ต่ำกว่า 160 เป็นต้น
ซึ่งก็จะกลับไปจุดแรกที่บอกว่า AI เหมือนเด็ก จะเรียนรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด ก็ขึ้นอยู่กับ Data และผู้สอนครับ
AI Driven Human
ประเด็นนี้น่าสนใจเพราะมันสะกิดชี้ให้เห็นว่าแท้จริงแล้วในวันนี้เรากำลังถูก AI ของใครบางคน ชี้นำให้ทำในสิ่งที่เขาต้องการอยู่หรือเปล่า
เช่น Amazon.com ได้มีการลองเอา AI มาช่วยประมูลของจนสามารถทำให้ราคาสุดท้ายกระโดดขึ้นไปสูงมาก หรือที่ใกล้ตัวเราที่มักเห็นจากเว็บของโรงแรมทั้งหลาย ที่ชอบเอากล่องข้อความขึ้นเตือนบอกว่ามีใครบางคนกำลังดูห้องพักโรงแรมเดียวกับเราอยู่ ถ้าไม่อยากพลาดห้องที่นี่ต้องรีบจองก่อนเต็ม
เชื่อว่าคงมีผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อยที่หลงกล AI นี้ให้เสียเงิน
หรือพวกเว็บหรือแอปหาคู่ก็ตาม ที่เคยมีข่าวว่าเอา AI มาใช้คุยกับผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ผู้ใช้ต้องเสียเงินสมัครสมาชิกถ้าอยากคุยกับอีกฝ่าย
ดังนั้นต่อไปนี้ก่อนจะเชื่อและทำตามอะไรที่ AI หรือระบบอัตโนมัติบอก เราควรถามตัวเองว่าเรากำลังถูกชี้นำให้ทำในสิ่งที่เขาได้ผลประโยชน์มากขึ้น และเราเป็นผู้เสียผลประโยชน์โดยตรงหรือเปล่าครับ
และผลกระทบสุดท้ายที่ AI มีต่อสังคมคือการหายไปของชนชั้นกลาง และความแตกต่างทางสังคมที่จะยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
Flat Organization เกิดขึ้นได้เพราะ AI ก้าวเข้ามาแทนที่หัวหน้าระดับกลาง
นี่แหละครับคือชนชั้นกลางจะหายไป เพราะเราจะเหลือแค่ผู้กำหนดนโยบาย คนวางกลยุทธ์ กับคนที่ทำงานเพื่อให้ผลตอบกลยุทธ์นั้น ส่วนตรงกลางจะมี AI เข้ามาแทนที่ในการสอนงานให้พนักงานทำงานได้ดีขึ้น
และนี่ก็คือสรุปหนังสือ The Big Nine ยักษ์ 9 ตน อิทธิพลแห่ง AI ที่ฉายภาพให้เห็นว่าอนาคตของโลกยุค AI จะเป็นอย่างไร และมนุษย์อย่างเราควรจะเตรียมพร้อมอะไรบ้าง
ในวันนี้ไม่มีใครหยุดยั้ง AI ได้แล้ว เพราะเอาเข้าจริงถ้าเราไม่มี AI ทั้งหลายที่แอบแฝงอยู่ตามโปรแกรมในหน้าจอต่างๆ ชีวิตเราก็คงยากลำบากขึ้นมาก เหมือนกับที่เราไม่สามารถอยู่ได้โดยขายโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 4G 5G ครับ
อ่านแล้วเล่า เล่มที่ 7 ของปี 2022
สรุปรีวิวหนังสือ The Big Nine ยักษ์ 9 ตน อิทธิพลแห่ง AI เมื่อยักษ์ใหญ่สายเทค พร้อมสมุนทั้งจักรวาล คิดจะเข้าครองโลก Amy Webb เขียน ธนกร นำรับพร เรียบเรียง สำนักพิมพ์ ซีเอ็ด
จากนักอ่านที่เริ่มอยากหัดเขียน จากการที่ต้องอ่านเพราะความจำเป็น กลายเป็นอ่านเพราะหลงไหล, สวัสดีครับผมชื่อหนุ่ย ผมทำงานด้าน Digital and Data Marketing ผมยังมีเพจการตลาดอีกเพจที่อยากฝากให้ลองอ่านดูนะครับ https://www.facebook.com/everydaymarketing.co/
สรุปหนังสือ Simply AI, Facts Made Fast เล่มนี้เป็นหนังสือภาษาอังกฤษล้วนไม่กี่เล่มที่ผมอ่านจบได้ ด้วยความที่เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นภาพ ตัวหนังสือน้อย ยิ่งทำให้อ่านง่าย อ่านไว แต่ยังเข้าใจสาระประเด็นหลัก หนังสือเล่มนี้ช่วยเปิดภาพรวมของคำว่า AI ที่กำลังเห่อและเป็นกระแสอย่างหนักในวันนี้ ว่ามีจุดเริ่มต้นอย่างไร มีวิวัฒนาการมาแบบไหน และแก่นหลักของ AI จริงๆ มีกี่แบบ AI คืออะไร ? เริ่มต้นที่คำถามหลัก คำถามที่พื้นฐานที่สุด แต่จะทำให้เราเข้าใจแก่นสิ่งนั้นมากที่สุด ก็คือ What is AI ? หรือ AI คืออะไร ? จากคำตอบของหนังสือเล่มนี้บอกไว้ว่า AI คือรูปแบบการคิดหรือตัดสินใจ โดยอ้างอิงจากข้อมูลหรือสถิติเป็นหลัก และ AI จะเป็นประโยชน์มากเมื่อใช้กับงานหรือปัญหาที่มีความเฉพาะเจาะจงชัดเจน เช่น ช่วยคิดหน่อยว่าลูกค้าที่เพิ่งซื้อสินค้าชนิดนี้ไปควรแนะนำขายอะไรต่อดีถึงจะทำให้เกิดโอกาสซื้อซ้ำมากที่สุด หรือ ช่วยหาหน่อยว่าลูกค้าคนไหนบ้างมีโอกาสจะเลิกเป็นลูกค้าเราในเร็วๆ นี้ โดยทั้งหมดนี้ก็จะอ้างอิงจากข้อมูลการซื้อหรือข้อมูลของลูกค้าในอดีต เทียบกับลูกค้าคนก่อนหน้าแล้วเอามาหาความน่าจะเป็นว่ามีโอกาสกี่เปอร์เซนต์ จุดเริ่มต้นของ AI เรื่องราวของ AI มีมานานมาก […]
สรุปหนังสือ You Look Like a Thing and I Love You หรรษาปัญญาประดิษฐ์ หนังสือที่มาบอกเล่าอธิบายว่าปัญญาประดิษฐ์ AI หรือ Algorithm นั้นทำงานอย่างไร เพราะวันนี้เราอยู่ในยุค AI Driven Everything โดยไม่รู้ตัวมากขึ้นทุกวัน ดังนั้นการเข้าใจว่า AI ที่เราใช้อยู่มันให้คำตอบหรือแสดงผลแบบนี้ เพราะมันมีชุดความคิด Algorithm แบบไหน เพื่อที่เราจะได้รู้เท่าทันว่าจะใช้งาน AI รอบตัวอย่างไรให้เกิดประโยชน์มากที่สุดครับ อย่างไร ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI อยู่รอบตัวและอยู่ในมือเราทุกคนแล้ว โทรศัพท์มือถือที่เราใช้ก็เต็มไปด้วย AI ไม่ว่าจะเป็น AI ใน TikTok ที่มันเรียนรู้จากพฤติกรรมการชอบดูคลิปของเราว่าเราน่าจะชอบดูคลิปแบบไหน หรือ Facebook เองที่มักจะฉลาดในการแนะนำโฆษณาแบบรู้ใจ เสมือนว่ามันแอบฟังเราว่าเราพูดหรือคิดอะไร ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ต้องฟังก็รู้ได้ แค่เรากดอะไรนิดหน่อยมันก็จับสัญญาณได้แล้วรู้เลย หรือ AI ในแป้นพิมพ์มือถือ ที่พอเราพิมพ์ไปไม่กี่ตัวอักษร ข้อความเต็มๆ ก็มักจะโผล่ขึ้นมาอย่างแม่นยำ จนทำให้เราประหยัดเวลาการพิมพ์ไปได้มาก ยังไม่พูดถึง […]