สรุปหนังสือ Fundamental of Deep Learning in Practice จากสำนักพิมพ์ Infopress ที่แต่งโดย อ. ดร. ณัฐโชติ พรหมฤทธิ์ และ อ. ดร. สัจจาภรณ์ ไวจรรยา เล่มนี้ทำให้เห็นภาพรวมเชิงลึกพร้อมของโลก Data ที่กำลังขับเคลื่อนโลกทั้งใบโดยที่เราส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว แม้หนังสือเล่มนี้จะเต็มไปด้วย Practice มากมาย ที่เชื่อว่าสายปฏิบัติต้องชอบ เพราะสามารถอ่านแล้วทำตามได้ทีละ Step by Step เพียงแต่ผมเป็นสายการตลาดและธุรกิจที่อาจไม่ได้ใช้ประโยชน์จากส่วนนั้นเท่าไหร่นัก (พูดตรงๆ คือไม่ได้ทำตามเลยสักบรรทัด) แต่เนื้อหาภาพรวมทั้งหมดก็ทำให้เข้าใจว่า Deep Learning คืออะไร ต่างจาก Programming แบบเดิมอย่างไร และต่างอย่างไรกับ Machine Learning บ้าง
ที่สำคัญกว่านั้นคือโมเดลของ Machine Learning หรือ Deep Learning มีกี่แบบ แล้วการ Predict มีกี่แบบ ซึ่งตรงนี้ดีมากครับ แม้จะพอรู้และเคยเขียนมาบ้าง แต่พอได้อ่านจากเล่มนี้ก็ทำให้เข้าใจและเชื่อมโยงได้ดีขึ้น ว่าแต่ละส่วนเกี่ยวกันอย่างไร ดังนั้นผมจะขอสรุปแค่บางส่วนในหนังสือที่ผมเข้าใจและสนใจให้กับเพื่อนๆ นักการตลาดไปจนถึงคนที่ไม่ใช่สาย Dev ได้รู้กันนะครับ
1. Traditional Programming ต่างกับ Machine Learning อย่างไร
หนังสือ Fundamental of Deep Learning in Practice เล่มนี้ทำให้ผมเข้าใจสิ่งที่เคยเข้าใจแต่กระจัดกระจายว่า Supervised Learning Unsupervised Learning และ Reinforcement Learning คือประเภทของการทำ Machine Learning
Clustering การวิเคราะห์เพื่อแบ่งกลุ่มอัตโนมัติ เช่น การทำ Segmentation of Customer หรือการแบ่งกลุ่มลูกค้าออกมาเป็นกลุ่มต่างๆ ให้ได้ละเอียดและมีประสิทธิภาพในการทำการตลาดมากที่สุด เช่น case study ของห้าง Target ที่แบ่งกลุ่มคนท้องออกมาจากกลุ่มลูกค้าทั้งหมดที่มี เพื่อต้องการจะทำการตลาดแบบ Personalized Marketing ในระดับ Segmentation เพราะรู้แล้วว่าลูกค้ากลุ่มนี้มีพฤติกรรมการซื้อในระยะยาวที่ทำกำไรให้ธุรกิจได้ดีกว่าลูกค้า Segments อื่น
สามสิ่งนี้ผมก็พอรู้มาบ้าง แต่ไม่เคยรู้วิธีการจัดหมวดหมู่และการใช้งานแบบนี้มาก่อน ต้องยอมรับว่าหนังสือ Fundamental of Deep Learning in Practice เล่มนี้ช่วยยกระดับความรู้เรื่อง Data ผมขึ้นไปอีกขั้นจริงๆ
จากนั้นหนังสือเล่มนี้ก็พาผมไปรู้อีกเรื่องหนึ่งที่ดีมาก เพราะผมรู้ว่าเวลาเราทำ Data ต้องทำสิ่งนี้ แต่ผมไม่เคยรู้ว่าสิ่งนี้เรียกว่าอะไร นั่นก็คือ
Feature Engineering สกัดข้อมูลในดาต้า
คำว่า Data is the new oil นั้นถูกใช้กันมายาวนาน แต่อย่างหนึ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ Data ไม่สามารถใช้งานได้ทันที แต่ต้องนำมาสกัดเพื่อให้นำไปใช้งานต่อได้ เฉกเช่นน้ำมันดิบขุดมาแล้วยังใช้เลยไม่ได้ แต่ต้องผ่านการสกัดหลายขั้นตอน แล้วแต่ละขั้นที่ทำการสกัดก็ได้ผลิตผลคนละแบบ
จากนักอ่านที่เริ่มอยากหัดเขียน จากการที่ต้องอ่านเพราะความจำเป็น กลายเป็นอ่านเพราะหลงไหล, สวัสดีครับผมชื่อหนุ่ย ผมทำงานด้าน Digital and Data Marketing ผมยังมีเพจการตลาดอีกเพจที่อยากฝากให้ลองอ่านดูนะครับ https://www.facebook.com/everydaymarketing.co/
สรุปหนังสือ Simply AI, Facts Made Fast เล่มนี้เป็นหนังสือภาษาอังกฤษล้วนไม่กี่เล่มที่ผมอ่านจบได้ ด้วยความที่เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นภาพ ตัวหนังสือน้อย ยิ่งทำให้อ่านง่าย อ่านไว แต่ยังเข้าใจสาระประเด็นหลัก หนังสือเล่มนี้ช่วยเปิดภาพรวมของคำว่า AI ที่กำลังเห่อและเป็นกระแสอย่างหนักในวันนี้ ว่ามีจุดเริ่มต้นอย่างไร มีวิวัฒนาการมาแบบไหน และแก่นหลักของ AI จริงๆ มีกี่แบบ AI คืออะไร ? เริ่มต้นที่คำถามหลัก คำถามที่พื้นฐานที่สุด แต่จะทำให้เราเข้าใจแก่นสิ่งนั้นมากที่สุด ก็คือ What is AI ? หรือ AI คืออะไร ? จากคำตอบของหนังสือเล่มนี้บอกไว้ว่า AI คือรูปแบบการคิดหรือตัดสินใจ โดยอ้างอิงจากข้อมูลหรือสถิติเป็นหลัก และ AI จะเป็นประโยชน์มากเมื่อใช้กับงานหรือปัญหาที่มีความเฉพาะเจาะจงชัดเจน เช่น ช่วยคิดหน่อยว่าลูกค้าที่เพิ่งซื้อสินค้าชนิดนี้ไปควรแนะนำขายอะไรต่อดีถึงจะทำให้เกิดโอกาสซื้อซ้ำมากที่สุด หรือ ช่วยหาหน่อยว่าลูกค้าคนไหนบ้างมีโอกาสจะเลิกเป็นลูกค้าเราในเร็วๆ นี้ โดยทั้งหมดนี้ก็จะอ้างอิงจากข้อมูลการซื้อหรือข้อมูลของลูกค้าในอดีต เทียบกับลูกค้าคนก่อนหน้าแล้วเอามาหาความน่าจะเป็นว่ามีโอกาสกี่เปอร์เซนต์ จุดเริ่มต้นของ AI เรื่องราวของ AI มีมานานมาก […]
สรุปหนังสือ You Look Like a Thing and I Love You หรรษาปัญญาประดิษฐ์ หนังสือที่มาบอกเล่าอธิบายว่าปัญญาประดิษฐ์ AI หรือ Algorithm นั้นทำงานอย่างไร เพราะวันนี้เราอยู่ในยุค AI Driven Everything โดยไม่รู้ตัวมากขึ้นทุกวัน ดังนั้นการเข้าใจว่า AI ที่เราใช้อยู่มันให้คำตอบหรือแสดงผลแบบนี้ เพราะมันมีชุดความคิด Algorithm แบบไหน เพื่อที่เราจะได้รู้เท่าทันว่าจะใช้งาน AI รอบตัวอย่างไรให้เกิดประโยชน์มากที่สุดครับ อย่างไร ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI อยู่รอบตัวและอยู่ในมือเราทุกคนแล้ว โทรศัพท์มือถือที่เราใช้ก็เต็มไปด้วย AI ไม่ว่าจะเป็น AI ใน TikTok ที่มันเรียนรู้จากพฤติกรรมการชอบดูคลิปของเราว่าเราน่าจะชอบดูคลิปแบบไหน หรือ Facebook เองที่มักจะฉลาดในการแนะนำโฆษณาแบบรู้ใจ เสมือนว่ามันแอบฟังเราว่าเราพูดหรือคิดอะไร ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ต้องฟังก็รู้ได้ แค่เรากดอะไรนิดหน่อยมันก็จับสัญญาณได้แล้วรู้เลย หรือ AI ในแป้นพิมพ์มือถือ ที่พอเราพิมพ์ไปไม่กี่ตัวอักษร ข้อความเต็มๆ ก็มักจะโผล่ขึ้นมาอย่างแม่นยำ จนทำให้เราประหยัดเวลาการพิมพ์ไปได้มาก ยังไม่พูดถึง […]