การปฏิวัติหุ่นยนต์นี้ถ้าจะเรียกว่าการปฏิวัติทางเทคโนโลยีที่เป็นเรื่องของ Big Data, Machine Learning และ AI หรือที่เรียกรวมๆได้ว่า “ระบบอัตโนมัติ” ก็ได้ครับ
งานที่คาดเดาได้เอาให้นิยามง่ายๆก็คืองานของชนชั้นที่เรียกว่า White Collar หรือชนชั้นกลางส่วนใหญ่นั่นเองครับ นั่นหมายความว่าอนาคตเทคโนโลยีจะทำให้งานจริงๆเหลือน้อยลง จนอาจจะไม่เหลืออะไรให้เราทำอีกเลยก็ได้ครับ
เช่น อย่างแพทย์ที่ต้องคอยอ่านภาพ X-ray เพื่อวินิจฉัยโรคต่างๆ จากเดิมที่ต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์หลายสิบปีทำ แต่วันนี้ AI สามารถเข้ามาช่วยในการอ่านภาพที่ว่าแทนหมอได้แล้ว แถมที่สำคัญยังสามารถวินิจฉัยได้แม่นยำกว่าหมอจริงๆทำได้อีกด้วย
ขนาดหมอยังโดน AI แย่งงาน แล้วคนธรรมดาจะไปเหลืออะไรล่ะครับ
หรืองานอย่างการบริการลูกค้าที่เรียกว่า Customer Service โดยเฉพาะ Call Center เองจากเดิมที่ถูกโอนย้ายงานไปยังประเทศที่มีค่าแรงถูกกว่า เช่น พนักงาน Call Center ของบริษัทในอเมริกาส่วนใหญ่คือคนอินเดียครับ เพราะต้นทุนในการให้คนอินเดียรับโทรศัพท์ตอบคำถามลูกค้าที่อยู่อเมริกานั้นถูกกว่ากันมาก
แต่ในขณะเดียวกัน วันนี้งานเหล่านี้กำลังจะถูกโอนย้ายกลับประเทศอเมริกาแล้ว แต่ไม่ได้เอามาให้คนอเมริกาทำนะครับ แต่ให้ AI ทำ เพราะวันนี้ AI สามารถฟังและพูดโต้ตอบได้ดีไม่แพ้คนจริงๆ ที่สำคัญคือสามารถตอบได้ทีเป็นพันๆสายโดยไม่ต้องหยุดพัก แถมไม่มีเหวี่ยงใส่ลูกค้าในวันที่อารมณ์ไม่ดีแบบคนจริงๆด้วย
เพราะเทคโนโลยีอย่าง Robot หรือ AI เองนั้นถูกออกแบบมาให้ชดเชยแรงงานที่ทำงานแบบ “รูทีน” โดยคำว่า “รูทีน” แบบเดิมนั้นอาจจะหมายถึงพนักงานในโรงงานที่ต้องทำอะไรซ้ำๆเดิมๆ อย่างการติดกระจกเข้ากับตัวถังรถ แต่วันนี้มันยังหมายถึงการทำงานเดิมๆที่ต้องใช้ความๆซ้ำๆแล้วก็ได้ อย่างงานผู้ช่วยทนายความ จากเดิมที่ต้องใช้เด็กจบใหม่มากมายในการจัดการกับเอกสารจำนวนมาก แต่วันนี้บริษัททนายความหลายแห่งเริ่มเอาระบบอัตโนมัติมาช่วย ทำให้การจ้างงานเด็กจบใหม่นั้นแทบไม่จำเป็น หรือที่จะจ้างเข้ามาก็ไม่ใช่เพื่อทำงานอ่านเพื่อค้นหาเอกสาร แต่เป็นการสอน AI ให้รู้จักทำงานที่ตัวเองควรจะได้ทำเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น
ลองคิดดูซิว่าครับเมื่อเด็กจบใหม่อยากเป็นทนายความ แต่สุดท้ายไม่ได้เป็นเพราะตัวเองได้แต่สอน AI ให้ทำหน้าที่แทนตัวเองได้ในอนาคต สุดท้ายแล้วจะเหลืออะไรให้ทำอีกล่ะครับ
งานการเขียนข่าวที่ว่าเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่น่าจะมีแต่คนที่ฝึกฝนอย่างเชี่ยวชาญเท่านั้นที่จะทำได้ดี แต่รู้มั้ยครับว่าข่าวที่เขียนด้วย AI วันนี้มีให้เราอ่านมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว
อาชีพนักแปลภาษาเองก็เสี่ยง เพราะแม้ Google Translate วันนี้อาจจะยังแปลได้ไม่เท่ากับมืออาชีพ แต่มันก็ทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าใจเนื้อหาของภาษาอื่นได้ไม่น้อย จากการที่มันเอาเอกสารและหนังสือที่มีการแปลไว้แล้วมากมายมาเรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องให้ใครมาเขียนแปลแกรมว่าอะไรต้องแปลยังไงครับ
หรือในอนาคต Google กำลังจะออกหูฟังที่สามารถแปลภาษาที่ได้ยินได้แบบทันทีทันใด เสมือนมีล่ามมือหนึ่งตามมากับเราด้วยทุกที่ คิดดูแล้วกันว่าอีกหน่อยกำแพงภาษาจะไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไปครับ
หรืองานอย่างนักวิเคราะห์ระดับกลางที่จากเดิมบริษัทต้องจ้างไว้มากๆ เพื่อสรุปเนื้อหาให้ผู้บริหารตัดสินใจอีกทีนึงก็กำลังถูก AI เข้ามาแทนที่เรื่อยๆ จนอีกหน่อยงานวิเคราะห์เอกสารเหล่านี้จะไม่ต้องใช้คนอีกต่อไป และ AI สามารถสรุปและทำเป็นภาพได้สวยงามอีกด้วย
จากนักอ่านที่เริ่มอยากหัดเขียน จากการที่ต้องอ่านเพราะความจำเป็น กลายเป็นอ่านเพราะหลงไหล, สวัสดีครับผมชื่อหนุ่ย ผมทำงานด้าน Digital and Data Marketing ผมยังมีเพจการตลาดอีกเพจที่อยากฝากให้ลองอ่านดูนะครับ https://www.facebook.com/everydaymarketing.co/
สรุปหนังสือ Simply AI, Facts Made Fast เล่มนี้เป็นหนังสือภาษาอังกฤษล้วนไม่กี่เล่มที่ผมอ่านจบได้ ด้วยความที่เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นภาพ ตัวหนังสือน้อย ยิ่งทำให้อ่านง่าย อ่านไว แต่ยังเข้าใจสาระประเด็นหลัก หนังสือเล่มนี้ช่วยเปิดภาพรวมของคำว่า AI ที่กำลังเห่อและเป็นกระแสอย่างหนักในวันนี้ ว่ามีจุดเริ่มต้นอย่างไร มีวิวัฒนาการมาแบบไหน และแก่นหลักของ AI จริงๆ มีกี่แบบ AI คืออะไร ? เริ่มต้นที่คำถามหลัก คำถามที่พื้นฐานที่สุด แต่จะทำให้เราเข้าใจแก่นสิ่งนั้นมากที่สุด ก็คือ What is AI ? หรือ AI คืออะไร ? จากคำตอบของหนังสือเล่มนี้บอกไว้ว่า AI คือรูปแบบการคิดหรือตัดสินใจ โดยอ้างอิงจากข้อมูลหรือสถิติเป็นหลัก และ AI จะเป็นประโยชน์มากเมื่อใช้กับงานหรือปัญหาที่มีความเฉพาะเจาะจงชัดเจน เช่น ช่วยคิดหน่อยว่าลูกค้าที่เพิ่งซื้อสินค้าชนิดนี้ไปควรแนะนำขายอะไรต่อดีถึงจะทำให้เกิดโอกาสซื้อซ้ำมากที่สุด หรือ ช่วยหาหน่อยว่าลูกค้าคนไหนบ้างมีโอกาสจะเลิกเป็นลูกค้าเราในเร็วๆ นี้ โดยทั้งหมดนี้ก็จะอ้างอิงจากข้อมูลการซื้อหรือข้อมูลของลูกค้าในอดีต เทียบกับลูกค้าคนก่อนหน้าแล้วเอามาหาความน่าจะเป็นว่ามีโอกาสกี่เปอร์เซนต์ จุดเริ่มต้นของ AI เรื่องราวของ AI มีมานานมาก […]